6 น้ำมันหอมระเหย ที่มีประโยชน์ด้านความงาม


6 น้ำมันหอมระเหย ที่มีประโยชน์ด้านความงาม

 

รู้หรือเปล่าว่าน้ำมันหอมระเหยมีประโยชน์ต่อความงามได้มากกว่าที่คิด!!!

Essential oils... หรือน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากลำต้น ดอก ใบ ราก เมล็ดยาง ฯลฯ ของพืชพรรณหลากหลายชนิด มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโรคทำให้สุขภาพดี ผ่อนคลายความตึงเครียด ช่วยให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกที่ดีแก่ร่างกายและจิตใจ ใช้นวดตัวเพื่อสุขภาพ บำรุงผิวพรรณ ลดน้ำหนักหรือไขมันส่วนเกิน เป็นต้น 

สำหรับประโยชน์ด้านความงาม เรามักใช้ประโยชน์ในการบำรุงผิว โดยเฉพาะในสปาร์ที่ใช้น้ำมันหอมระเหยนวดหลังชำระร่างกายและไม่ต้องล้างออก ด้วยโมเลกุลที่เล็กมากทำให้ซึบซyบเข้าสู่ผิวหนังอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงเข้าไปช่วยบำบัดรักษาและแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งด้านปัญหาสุขภาพและจิตใจอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ธรรมชาติของน้ำมันหอมระเหยเป็นของเหลวที่ไม่ละลายในน้ำ ทำขึ้นของสารประกอบอะโรมาติกที่แตกต่างกันกับการทำงานเป็นกลุ่มสารเคมี เช่น ไฮโดรคาร์บอน ฟีนอล และเอสเทอ ทีนี้มาดูกันว่าน้ำมันหอมระเหยแบบไหนบ้างที่เป็นประโยชน์และเหมาะสมกับตัวเรา

 

1.น้ำมันหอมระเหย: น้ำมันไม้จันทน์ (Sandalwood oil)

น้ำมันหอมระเหยในไม้จันทน์มีน้ำยาฆ่าเชื้อที่ดี ต้านการอักเสบและช่วยกระจายความร้อนให้มันรู้สึกผ่อนคลาย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ผิวอักเสบจากแมลงกัดต่อย นอกจากนั้น น้ำมันไม้จันทน์ยังขึ้นชื่อเรื่องการสมานแผล ช่วยในการลดรอยแผลเป็นและจุดด่างดำต่างๆบนผิว และช่วยให้คนที่มีผิวหน้ามันกลับมามีผิวที่ชุ่มชื่นขึ้นได้อีกด้วย

 

2.น้ำมันหอมระเหย: น้ำมันตะไคร้ (Lemon grass oil)

น้ำมันตะไคร้มีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อโรค และมีประสิทธิภาพสำหรับรักษาอาการของผู้ที่เหงื่อออกมาก นอกจากนี้ยังให้กลิ่นหอมชวนหลงใหล สร้างความผ่อนคลายไปในตัว ที่สำคัญคือสามารถใช้น้ำมันตะไคร้เพื่อดับกลิ่นกายได้อย่างดีเยี่ยม

 

3.น้ำมันหอมระเหย: น้ำมันลาเวนเดอร์ (Lavender oil)

น้ำมันลาเวนเดอร์เป็นหนึ่งในน้ำมันหอมระเหยที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับการดูแลผิว โดยมันสามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก และจัดการกับรอยฟกช้ำดำเขียวให้หายได้เร็วขึ้น ที่สำคัญคือใครที่มีผิวแห้ง สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิวจากน้ำมันลาเวนเดอร์สามารถให้ความชุ่มชื้นขึ้นได้ นอกจากนี้ยังปรับโทนสีผิวที่คล้ำเสียให้สุขภาพดีขึ้น ทั้งยังมีประสิทธิภาพในการลดสิว รอยแผลเป็นจากสิว จุดด่างดำ และริ้วรอยเหี่ยวย่น

 

4.น้ำมันหอมระเหย: น้ำมันโรสแมรี่ (Rosemary oil)

น้ำมันโรสแมรี่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ใช้รักษาผิวที่เป็นกลากหรือโรคเกี่ยวกับผิวหนังอื่นๆได้ น้ำมันโรสแมรี่ยังมีคุณสมบัติการปรับสีผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่คนที่มีผิวมันอีกด้วย ทั้งนี้ ตามสปาร์นิยมใช้น้ำมันนี้ในการนวดผิว เพราะทำให้ผิวเนียนนุ่มสุขภาพดี

 

5.น้ำมันหอมระเหย: น้ำมันดอกกุหลาบ (Rose oil)

น้ำมันหอมระเหยจากดอกกุหลาบมีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก จึงมีประสิทธิภาพในการรักษาผิวที่เสียจากมลภาวะ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ฝุ่นควัน หรือรอยแผลเป็น ให้กลับมามีสุขภาพผิวที่ดีได้ ดังนั้น น้ำมันดอกกุหลาบจึงสามารถนำมาใช้ในการลบเลือนจุดด่างดำที่เกิดจากสิว รอยแผลเป็นที่เกิดจากอีสุกอีใส รวมถึงรอยผ่าตัด และรอยแตกลายตามบริเวณต่างๆได้

 

6.น้ำมันหอมระเหย: น้ำมันมะนาว (Lemon oil)

น้ำมันมะนาวมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและสมานแผล เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีผิวมัน และใช้เพื่อป้องกันการเกิดสิว รักษารอยดำรอยแดงจากสิว นอกจากนี้ยังช่วยขจัดสารพิษออกจากผิวและฟื้นฟูสภาพผิวที่หมองคล้ำจากแสงแดดให้กลับมาเปล่งปลั่งขึ้น

 

            น้ำมันหอมระเหย นอกจากจะให้เพียงประโยชน์ในด้านกลิ่นหอม ที่ช่วยในการผ่อนคลายแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างมาก ในการรักษาผิวพรรณ และความงาม จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่บรรดาเหล่า น้ำมันหอมระเหย จะได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ที่มีติดบ้านกันคนละขวด สองขวด เลยทีเดียว